Jump to content

Photo

ติวเข้ม....ก่อนสอบนักบินร่มบิน

- - - - -

  • ตอบกระทู้ได้เฉพาะสมาชิก
มีการตอบกระทู้นี้ 59 ครั้ง

#41
เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

    Beginner

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 343 posts
11 มี.ค. 56
ชาวร่มบินน่าจะได้ประโยชน์จากการบิน....ร่มบินมากขึ้น นอกจากเพื่อการกีฬา การฝึกบิน การสอนบิน การชมวิว การบินเพื่อสังคม บินช่วยสังคม ผมเองก็ยังไม่แน่ใจหลายเรื่องที่ท่านยังไม่รู้แล้วต้องการรู้ ถามไปก็ไม่มีใครตอบมา จึงต้องเขียนตามใจตัวเองละครับ เป็นอันว่าถ้าท่านเข้ามาในวงการบินแล้วต้องรู้อะไรเป็นอันดับแรก ถ้าถามหลายท่านก็จะได้รับหลายคำตอบ อันนี้ให้ท่านถามตัวท่านเองแล้วตอบเอง แต่ถ้าจะอ่านที่ผมเขียนผมจะตอบแบบไม่เอาใจท่าน การเข้าในวงการบินของหลักสากลทั่วไปท่านต้องรู้ AIR LAW ก็คือกฎหมายการบิน ถ้าผมจะเขียนตรงๆก็คงไม่มีใครอ่านน่าเบื่อ ดังนั้นการเขียนต่อไปนี้จะเขียนแบบชาวบ้านทั่วไป ใช้ศัพย์วิชาการให้น้อยเท่าที่จะน้อยได้ แฝงด้วยกฎหมายบทลงโทษของกฎหมายและธรรมะ เมื่อท่านอ่านแล้วท่านต้องคิดเอง ตัดสินใจเอง จะไม่ชี้แนะให้ทำผิดและหลบเลี่ยงกฎหมาย การที่ท่านสอบใบอนุญาตนักร่มบินก็เป็นส่วนหึ่นงแล้วละครับ ที่ท่านเดินเข้าสู่วงการบิน.....วันนี้ขอเริ่มกันเท่านี้ก่อนจะได้บินไม่หลง....ลงไม่หัก....แล้วพบกันครับ....สวัสดี

แก้ไขโดย เกรียงศักดิ์ ทองระย้า, 14 มีนาคม 2013 - 08:34 AM.


#42
เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

    Beginner

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 343 posts
ข่าวดีสำหรับลูกหลานและท่านที่รักการบิน....ต้องการเป็นนักบินมืออาชีพ

สู่เส้นทางอาชีพนักบิน กับหลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรี Open House Student Pilot 2013

ลุ้น!!!!บินฟรี กับเครื่องบินจริง และเครื่องFight Simulator สามารถลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ www.royalskyaviationcenter.com ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หมดเขตรับลงทะเบียน 22 มีนาคม 2556 ร่วมงานฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ


ติดตามให้ดีครับอาจมีบริษัทฯอื่นๆ ให้บิน ฮ. ฟรีเพื่อช่วยกันสร้างนักบินครับ

แก้ไขโดย เกรียงศักดิ์ ทองระย้า, 11 มีนาคม 2013 - 09:43 AM.

  • ร่มบินลับแล likes this

#43
เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

    Beginner

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 343 posts
อุตสาห์กรรมการบิน
หลายประเทศมีรายได้หลักมาจากอุตสาห์กรรมการบิน เช่นบินรับส่งผู้โดยสาร บินขนส่งสินค้า สร้างอากาศยาน ซ่อมอากาศยาน และสร้างให้คนมีงานทำในวงการบินเช่นนักบิน ช่างซ่อมเครื่องบิน จารจรอากาศ สนามบิน เติมน้ำมัน ประเทศสิงค์โปรเป็นประเทศเล็กๆแต่เขาสามารถหารายได้เข้าประเทศได้ปีละ สองแสนล้านเหรียณสิงค์โปร ถ้าอยากรู้เป็นเงินไทยก็คูณด้วย 25 แล้วประเทศไทยเราละครับ ถ้าเอาความจริง เราอุ้มบริษัทฯของรัฐมากไปใครแข่งขันไม่ได้หรือแข่งขันก็โดนกีดกัน ทำให้อยู่ในสภาพที่กันๆเอง รายได้จากอุตสาห์กรรมการบินของประเทศไทยเรา น้อยมากไม่ต้องเทียบกับใครเทียบกับสิงค์โปรก็ตามเขาไม่ทันแล้วครับ
ประเทศไทยขาดอะไรหรือ ขาดหลายอย่างแต่วันนี้ขอกล่าวอย่างเดียวก่อนคือนักบิน บักบินประเทศไทยขณะนี้น่าจะมีประมาณ หกพันคนเป็นนักบินที่บินแอร์ไลน์ สามพันห้าร้อยคน บินส่วนตัวสี่ถึงห้าร้อยคน.... เป็นนักบินร่มบินเก่าใหม่เกือบสามพันคน
ผมจะทำอย่างไรให้สามพันคนในวงการร่มบิน เข้าใจอุตสาห์กรรมการบินของประเทศได้อย่างไร เป็นงานท้าทายผม ที่จะทำให้แผ่นดินไทยก่อนสิ้นชีพ ถ้าชาวร่มบินเราเข้าใจแล้วลูกหลานเรา ก็จะเดินถูกทางมีงานทำในวงการบิน ไม่ใช่บินเอามัน บินเอาสนุก แต่ไม่คำนึงถึงหลายๆอย่างตามมา สิ่งที่ท่านบินในวันนี้ตัวผมเองมองเห็นสิ่งที่ตามมาคือ ทำผิดกฎหมาย ประมาท(บางท่าน) นำความรู้มาใช้เป็นอาชีพในวงการบินได้น้อยมาก มีก็ผลิตร่มบิน ใบอนุญาตนักบินมารับจ้างยังไม่ได้ ท่านซ่อมร่มและเครื่องยนต์/โครง แต่ก็ไม่ได้เอาความรู้มาซ่อมเครื่องบินผมได้ ....จึงเป็นที่มาที่นายเกรียงศักดิ์ฯจะทำอย่าง...เป็นโจทย์ใหญ่มากแต่ผมจะพยายาม.......ใช้เวลาแต่ดีกว่าเอาเวลาไปใช้อย่างอื่น.........วงการบินกำลังจะได้ท่านมาร่วมเพื่อลูกหลานเราในวันห้นาครับ....สวัสดี

  • ร่มบินลับแล likes this

#44
เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

    Beginner

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 343 posts
Advance Aviation Co.,Ltd
เคยทราบกันมั้ยคะว่า....หอควบคุมจราจรทางอากาศของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของเราเนี่ย สูงตั้ง 135 เมตร หรือ 443 ฟุต เป็นหอควบคุมจราจรทางอากาศที่สูงที่สุดในโลก ตั้งแต่ชั้นล่างถึงชั้นบนสุด มีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง

หลังจากที่ไปสืบเสาะหาข้อมูลมา และแล้วเราก็ได้ข้อมูลมาจากพี่ ATC ใจดีประจำหอ ฯ แยกตามชั้นล่างสุดไปถึงบนสุดได้ดังนี้ค่ะ
ชั้นต่อไปนี้ที่ขึ้นต้นด้วยตัว T จะเป็นส่วนที่สามารถมองเห็นได้จากภายนอกที่เป็นกระจกติดฟิล์ม รวมทั้งสิ้น 11 ชั้น รวมชั้นบนสุดที่เป็นพื้นที่ปฎิบัติการณ์ของเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศเขตท่าอากาศยาน (Aerodrome Controller)

T1 - ห้องระบบไฟฟ้าสำรอง
T2 - ห้องระบบวิทยุสำรอง โทรศัพท์
T3 - ห้องระบบติดตามอากาศยาน
T4 - Admin Office, Investigate
T5 - Admin Office
T5a - ห้องประชุม, ดูงาน
T5b - ห้องนอนเจ้าหน้าที่ หญิง
T5c - ห้องนอนเจ้าหน้าที่ ชาย
T6 -โถงทางเดิน ห้องเก็บตู้ locker
T6a -ห้องพักผ่อน รับประทานอาหาร
T7 - ส่วนปฏิบัติการณ์ของ Aerodrome Control Tower

หวังว่าคงจะคลายความสงสัย และครั้งต่อไปที่แหงนหน้าขึ้นไปมอง Tower คงจะรู้กันแล้วนะคะ ว่าบนนั้นมีอะไรบ้าง :)

CR : AeroSpace Magazine

วันนี้ไม่มีเวลาเขียนเลยเอาข้อความของน้องที่บริษัทฯจัดหามาลงให้ท่านอ่านดูครับ

แก้ไขโดย เกรียงศักดิ์ ทองระย้า, 14 มีนาคม 2013 - 02:44 PM.

  • ร่มบินลับแล likes this

#45
เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

    Beginner

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 343 posts
เรียนทุกท่านที่ติดตามความรู้ของร่มบิน

ผมได้มีโอกาสพูดคุยปัญหา ต่างๆๆ ที่มีกับชาวร่มบินมาชี้แจงให้ผมฟัง และหาแนวทางปฎิบัติให้ง่ายขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องคุยกัน ถ้าเราไม่ได้เจอกันและคุยกันแล้วต่างคนต่างนึก ก็ไม่เข้าใจกัน ก็เกิดการแตกแยก ร่มบินมีเป็นพันๆๆร่ม ทั่วประเทศ ทำอย่างไรละที่เราจะรวมตัวกันได้ มีแนวทางปฎิบัติเป็นที่ยอมรับเหมือนกัน มีพลังความคิดในทางสร้างสรรที่นำความก้าวห้นาพัฒนาให้วงการร่มบินเราปกครอง ดูแลกันเองได้ ผมยังยืนยันในความคิดตั้งแต่ต้นของผมที่จะทำให้ร่มบินเป็นอากาศยานเพื่อการ กีฬา ไม่ต้องจดทะเบียนกับกรมฯ จดทะเบียนกับชมรม สมาคม และสอนสอบนักบินกันเอง มีมาตรฐานในการตรวจสภาพร่มบินของชมรมเองเป็นต้น การทำงานใหญ่มัมต้องช่วยกันและใช้ระยะเวลา ต้องอดทน และเสียสละ.....ที่ต้องนำกฎหมายการบินมาให้ท่านอ่าน....เพื่อให้ท่านป้องกันตนเองใว้ก่อน ผมไม่ต้องการเห็นใครเดือดร้อนเพราะมาบินร่มบินที่ท่านรัก อยากให้ท่านบินด้วยความปลอดภัย และสนุกสนาน สมกับเป็นกีฬาที่ท่านรัก...ชกมวยต้องมีหลักไม่อย่างนั้นเขาว่าเราชกมวยวัด...หลักที่เราใช้กับร่มบินก็คือ กบร. 70 อาจจะยังไม่ถูกใจเรา....แต่ก็มีผลบังคับใช้อยู่จนก่วาจะมีอัศวินบินร่มบินขาวมาแก้....กบร.70 อาจจะยาวไปสักนิดก็อ่านดูผ่านๆ....ผมจะใช้เป็นหลักอ้างอิงในการเขียนให้ความรู้แก่ท่าน....แล้วท่านจะแก้ไขอะไรจะได้มีหลักการที่จะคุยกันครับ.....สวัสดีครับ

ข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ ๗๐
ว่าด้วยอากาศยานเบาพิเศษประเภทร่มบิน ร่มร่อน พาราเพลน และแฮงไกลเดอร์
----------------------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ มาตรา ๒๑ มาตรา ๓๓ มาตรา ๔๔ (๓) และมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ คณะกรรมการการบินพลเรือนโดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกข้อบังคับ เกี่ยวกับอากาศยานเบาพิเศษประเภทร่มบิน ร่มร่อน พาราเพลน และแฮงไกลเดอร์ ดังต่อไปนี้


ข้อ ๑. ในข้อบังคับนี้
“อากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬา” หมายความว่า ร่มบิน (paramotor) ร่มร่อน (paraglider) พาราเพลน (paraplane) และแฮงไกลเดอร์ (Hangglider) หรืออากาศยานอื่นทำนองเดียวกันที่อธิบดีประกาศกำหนด


“ร่มบิน (paramotor)” หมายความว่า อากาศยานหนักกว่าอากาศ มีกำลังขับเคลื่อน ได้รับแรงยกในการบินส่วนใหญ่จากแรงพลวัตรของอากาศที่กระทำต่อปีกอ่อน โดยมีโครงสร้างลำตัวเป็นที่นั่งแขวนไว้สำหรับทำการบิน แต่ไม่มีฐานล้อ ควบคุมการบินโดยใช้สายควบคุมที่ต่อจากปีก

“ร่มร่อน (paraglider)” หมายความว่า อากาศยานหนักกว่าอากาศ ไม่มำลังขับเคลื่อน ได้รับแรงยกในการบินส่วนใหญ่จากแรงพลวัตรของอากาศที่กระทำต่อปีกอ่อน มีที่นั่งแขวนไว้สำหรับทำการบิน ควบคุมการบินโดยใช้สายควบคุมที่ต่อจากปีกหรือโดยการถ่ายน้ำหนัก

“พาราเพลน (paraplane)” หมายความว่า อากาศยานหนักกว่าอากาศ มีกำลังขับเคลื่อน ได้รับแรงยกในการบินส่วนใหญ่จากแรงพลวัตรของอากาศที่กระทำต่อปีกอ่อน โดยมีโครงสร้างลำตัวแขวนไว้สำหรับทำการบิน และมีฐานล้อ ควบคุมการบินโดยใช้สายควบคุมที่ต่อจากปีก
“

แฮงไกลเดอร์ (hangglider)” หมายความว่า อากาศยานหนักกว่าอากาศ ไม่มีกำลังขับเคลื่อน ได้รับแรงยกในการบินส่วนใหญ่จากแรงพลวัตรของอากาศที่กระทำต่อปีกซึ่งติดอยู่ กับที่ตลอดเวลา มีสายแขวนเพื่อพยุงตัวนักบิน ควบคุมการบินโดยใช้โครงสร้างที่ยึดกับปีกหรือโดยการถ่ายน้ำหนัก

“ปีกอ่อน” หมายความว่า วัสดุที่ทำจากเส้นใยทอเป็นผืนและตัดเย็บเป็นรูปร่างซึ่งสามารถเปลี่ยนรูปทรงได้จากแรงลมหรือจากสายควบคุม

“สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท” หมายความว่า แอลกอฮอล์ ฝิ่น กัญชา ยากดประสาทและยานอนหลับ โคเคน ยากระตุ้นด้านจิตประสาทตัวอื่น สารที่ทำให้เกิดภาพหลอนและสารระเหย แต่ไม่รวมถึงกาแฟและบุหรี่

“สนามบิน” หมายความว่า สนามบินอนุญาตและที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยานที่ได้รับอนุญาตหรือที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
“

ซ่อมใหญ่” (overhaul) หมายความว่า การถอดลำตัวอากาศยาน เครื่องยนต์ ใบพัด หรือบริภัณฑ์อากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬาออกเพื่อตรวจพินิจ ทำความสะอาด ซ่อมตามที่จำเป็น แล้วประกอบกลับให้เหมือนเดิม และทดสอบว่ามีสมรรถนะ ความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ และข้อจำกัดเหมือนกับของใหม่

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ

ข้อ ๒. อากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬา ให้ใช้ทำการบินได้เฉพาะเพื่อการกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจและการฝึกบิน หรือใช้ทำการบินในกิจการของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ หรือใช้ทำการบินเพื่อการอื่นตามขอบวัตถุประสงค์ของสมาคมหรือมูลนิธิที่ได้ รับอนุญาตจากอธิบดีเท่านั้น

ข้อ ๓. สมาคมหรือมูลนิธิที่ประสงค์จะใช้อากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬาทำการบินเพื่อ การอื่นตามข้อ ๒. ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีตามแบบพิมพ์ของกรมการขนส่งทางอากาศพร้อมด้วยเอกสารหลัก ฐานแสดงขอบวัตถุประสงค์และหลักฐานอื่นตามที่อธิบดีกำหนด
เมื่ออธิบดีได้ตรวจสอบคำขอและพิจารณาเห็นว่าขอบวัตถุประสงค์ของสมาคมหรือ มูลนิธินั้นเป็นประโยชน์สาธารณะ และการทำการบินเพื่อการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะหรือต่อกิจการการ บิน ให้อธิบดีพิจารณาอนุญาต


ข้อ ๔. ผู้ที่จะทำการบินกับอากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬา นอกจากจะต้องได้รับใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคลประเภทอากาศยานเบาพิเศษแล้ว จะต้องเป็นสมาชิกของสมาคม มูลนิธิ หรือชมรมที่อธิบดีเห็นชอบในข้อบังคับเกี่ยวกับการบิน
ข้อบังคับเกี่ยวกับการบินของสมาคม มูลนิธิ หรือชมรม ให้มีรายการอย่างน้อยตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ให้อธิบดีประกาศรายชื่อสมาคม มูลนิธิหรือชมรมที่อธิบดีเห็นชอบในข้อบังคับเกี่ยวกับการบินให้ทราบทั่วกัน

ข้อ ๕. อากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬา ต้องปฏิบัติตามกฎทางอากาศดังต่อไปนี้

๕.๑ กฎทั่วไป
(๑) นักบินผู้ควบคุมอากาศยานจะต้องรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎทางอากาศ ที่กำหนดในข้อบังคับนี้ เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงได้ เพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัย ให้นักบินผู้ควบคุมอากาศยานปฏิบัติโดยหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ ชีวิตและทรัพย์สิน
(๒) ก่อนเริ่มทำการบิน นักบินผู้ควบคุมอากาศยาน จะต้องศึกษาข้อมูลที่มีทั้งหมดที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติการบิน รวมถึงศึกษาข้อมูลที่มีเกี่ยวกับรายงานข่าวอากาศและพยากรณ์อากาศล่าสุด และในกรณีของร่มบินและพาราเพลนให้คำนวณจำนวนเชื้อเพลิงที่จำเป็นต้องใช้ และการปฏิบัติการสำรองในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติการบินตามแผนที่วางไว้ด้วย
(๓) นักบินผู้ควบคุมอากาศยานมีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายที่จะปฏิบัติการอย่างใดๆในขณะที่ควบคุมอากาศยาน
(๔) ห้ามมิให้นักบินผู้ควบคุมอากาศยานทำการบินในขณะที่ตกอยู่ภายใต้ฤทธิ์สารออก ฤทธิ์ต่อจิตประสาท โดยเหตุผลที่ว่าจะทำให้สมรรถนะบุคคล (human performance) เสื่อมลง
การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือดื่มหรือใช้สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทภายในเวลาแปดชั่วโมงก่อนทำการบิน ให้ถือว่าตกอยู่ภายใต้ฤทธิ์สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท
(๕) กฎทางอากาศตาม (๑๙) ถึง (๒๖) ไม่ปลดเปลื้องความรับผิดของนักบิน ผู้ควบคุมอากาศยานที่จะต้องดำเนินการเพื่อหลีกเลี่ยงการชนกัน


๕.๒ กฎการบิน
(๖) ต้องไม่ปฏิบัติการอากาศยานในลักษณะประมาทหรือปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งอาจเป็นผลให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินเสียหาย
(๗) ต้องทำการบินเฉพาะบริเวณพื้นที่ที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๘)
ต้องทำการบินเหนือพื้นที่ (terrain) รวมทั้งภูเขา ต้นไม้ และสิ่งปลูกสร้างในระดับที่ปลอดภัยเพียงพอ สำหรับร่มบินและพาราเพลนต้องไม่เกิน ๑,๐๐๐ ฟุต และสำหรับร่มร่อนและแฮงไกลเดอร์ต้องไม่เกิน ๖,๐๐๐ ฟุต
(๙) ต้องทำการบินเฉพาะในระหว่างเวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนถึงดวงอาทิตย์ตก และมีทัศนวิสัย (ground visibility) ไม่ต่ำกว่า ๓ กิโลเมตร โดยต้องบินออกห่างจากเมฆและต้องสามารถมองเห็นพื้นผิว
(๑๐)
ห้ามมิให้ทำการบินเมื่อความเร็วลมเกิน ๑๐ น๊อต สำหรับร่มบินและพารา เพลน และเกิน ๑๕ น๊อต สำหรับร่มร่อนและแฮงไกลเดอร์
(๑๑) ห้ามมิให้ทำการบินเหนือชุมชนหนาแน่นในเขตเมือง ชนบทที่มีผู้อยู่อาศัย หรือในที่โล่งที่มีคนมาชุมนุมอยู่
ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน การบินลงต้องไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินบนพื้นผิว
(๑๒) ในระหว่างการบิน ห้ามมิให้ทิ้งสิ่งของหรือพ่นสิ่งใดๆ
(๑๓) ห้ามมิให้ทำการบินลากจูงอากาศยานหรือวัตถุอื่นใด
(๑๔)
ห้ามมิให้ทำการบินผาดแผลง
(๑๕) ห้ามมิให้ทำการบินเกาะหมู่
(๑๖) จะต้องไม่ปฏิบัติการบินใกล้กับอากาศยานลำอื่นในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดการชนกัน
(๑๗) อากาศยานที่มีสิทธิในทาง จะต้องรักษาทิศทางและความเร็วของตน และ ต้องดำเนินการเพื่อหลบเลี่ยงการชนกัน
(๑๘) อากาศยานซึ่งต้องให้ทางแก่อากาศยานลำอื่นตาม (๑๙) ถึง (๒๖) จะต้องหลีกเลี่ยงการบินข้าม ลอด หรือผ่านหน้าอากาศยานลำอื่นนั้น เว้นแต่จะผ่านโดยมองเห็นได้อย่าง ชัดแจ้ง และพิจารณาถึงผลกระทบจากกระแสลมมวลวนของอากาศยานแล้ว
(๑๙) เมื่ออากาศยานมีทิศทางการ
บินสวนเข้าหากันหรือเกือบจะบินสวนเข้าหากัน ซึ่งเสี่ยงต่อการชนกันกับอากาศยานลำอื่น ให้แต่ละลำบินเบี่ยงทิศหัวเครื่องออกไปทางขวา
(๒๐) เมื่ออากาศยานทำการบินเกือบจะอยู่ในระดับบินเดียวกันกับอากาศยาน ลำอื่น อากาศยานลำที่มีอากาศยานอีกลำหนึ่งบินอยู่ทางขวาต้องให้สิทธิในทางแก่ อากาศยานลำที่อยู่ทางขวา เว้นแต่ร่มบินและพาราเพลนต้องให้สิทธิในทางแก่ร่มร่อนและแฮงไกลเดอร์
(๒๑) อากาศยานจะทำการ
แซงอากาศยานลำอื่นจะต้องแซงทางขวา โดยต้องรักษาระยะห่างให้ปลอดภัย
(๒๒) อากาศยานที่อยู่ระหว่างการบิน หรือปฏิบัติการ
อยู่บนพื้นดิน จะต้องให้ทางแก่อากาศยานที่กำลังบินลง หรืออยู่ในขั้นตอนสุดท้ายในการบินลง
(๒๓) เมื่ออากาศยานสองลำหรือมากกว่าบินเข้าหาสนามบินเพื่อวัตถุประสงค์ในการทำการ บินลง อากาศยานลำที่อยู่ในระดับสูงกว่าต้องให้ทางแก่อากาศยานลำที่อยู่ในระดับต่ำ กว่า แต่อากาศยานลำที่อยู่ในระดับต่ำกว่าต้องไม่บินตัดหน้าหรือบินแซงอากาศยานลำ ที่อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายในการบินลง เว้นแต่รมบินและพาราเพลนต้องให้สิทธิในทางแก่ร่มร่อนและแฮงไกลเดอร์
(๒๔) อากาศยานต้องให้สิทธิในทางแก่อากาศยานลำที่ตนทราบว่ามีเหตุบังคับให้ต้องทำการบินลง
(๒๕) อากาศยานที่ขับเคลื่อนอยู่บนภาคพื้น ต้องให้สิทธิในทางแก่อากาศยานที่กำลังบินขึ้นหรือพร้อมจะบินขึ้น
(๒๖) ในกรณีที่จะเกิดอันตรายจากการชนกันระหว่างอากาศยานสองลำที่กำลังขับเคลื่อน อยู่บนพื้นที่เคลื่อนไหวของสนามบินจะต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
ก) เมื่ออากาศยานสองลำมีทิศทางการขับเคลื่อนสวนเข้าหากันหรือเกือบจะขับเคลื่อน สวนเข้าหากัน ให้อากาศยานแต่ละลำหยุดหรือเปลี่ยนเส้นทางไปทางขวาจนกว่าจะปลอดภัย
ข) เมื่ออากาศยานสองลำ มีเส้นทางที่จะต้องขับเคลื่อนมาบรรจบกัน ให้อากาศยานลำที่มีอากาศยานอีกลำหนึ่งขับเคลื่อนอยู่ทางขวาให้ทางแก่ อากาศยานลำขวานั้น
ค) อากาศยานลำที่ถูกแซงโดยอากาศลำอื่นมีสิทธิในทาง และอากาศยานลำที่แซงต้องแซงโดยมีระยะห่างที่ปลอดภัยแก่อากาศยานลำที่ถูกแซง


ข้อ ๖. ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือการแข่งขันในการบิน ให้อธิบดีมีอำนาจอนุญาตให้อากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬาปฏิบัติได้แตกต่างไป จากที่กำหนดใน ข้อ ๕. (๗) ถึง (๑๕) ได้ ทั้งนี้ อธิบดีอาจกำหนดเงื่อนไขให้อากาศยานปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยไว้ด้วยก็ได้

ข้อ ๗. เครื่องหมายอากาศยานสำหรับอากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬา ให้ประกอบด้วยเครื่องหมายสัญชาติโดยให้ใช้ตัวอักษรโรมันตัว U นำหน้าเครื่องหมายทะเบียน และเครื่องหมายทะเบียนให้ประกอบด้วยตัวอักษรโรมันหนึ่งตัวและหมู่เลขอารบิค สองตัวตามที่อธิบดีกำหนด โดยให้ผู้จดทะเบียนอากาศยานแสดงเครื่องหมายอากาศยานไว้ใต้ปีกของอากาศยานเบา พิเศษเพื่อการกีฬาขนาดที่มองเห็นได้ชัดเจนโดยมีความสูงอย่างน้อยสามสิบห้าเซนติเมตร และต้องรักษาให้เห็นชัดเจนอยู่เสมอ

ข้อ ๘. ผู้ขออนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่ในตำแหน่งนักบินอากาศยานเบาพิเศษสำหรับ อากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬา จะต้องมีอายุ สุขภาพร่างกาย ความรู้ และความชำนาญ ดงต่อไปนี้
(๑) มีอายุไม่ต่ำกว่า
๑๕ ปีบริบูรณ์
(๒) มีความสามารถในการมองเห็น การได้ยิน และโครงสร้างร่างกายสมบูรณ์ เพียงพอที่จะทำการบินอากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬา
(๓)
มีความรู้เกี่ยวกับอากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬาในเรื่องดังต่อไปนี้
ก. ทฤษฎีการบินพื้นฐาน
กฎการบินและอุตุนิยมวิทยา
ข. โครงสร้าง เครื่องยนต์ (สำหรับชนิดที่มีกำลังขับเคลื่อน) ระบบควบคุมสมรรถนะและข้อจำกัดต่าง ๆ ของอากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬา
ค. การถอดประกอบ และการซ่อมบำรุงรักษาขั้นพื้นฐานต่าง ๆ ตามที่กำหนดในคู่มือของอากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬา
ง. กฎและระเบียบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของผู้ถือใบอนุญาตนักบินอากาศยานเบาพิเศษ
จ. การปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยและวิธีปฏิบัติในกรณีฉุกเฉินซึ่งรวมทั้งการ ปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลอื่น
(๔)
ความชำนาญ
ก. สำหรับร่มร่อนและแฮงไกลเดอร์ ผู้เล่นต้องได้รับการฝึกบินภายใต้การควบคุมดูแลของครูการบินที่มีคุณสมบัติ ตาม ข้อ ๙. โดยเป็นชั่วโมงบินเดี่ยวไม่น้อยกว่า ๓๐ ชั่วโมง และทำการบินขึ้นไม่น้อยกว่า ๒๕ เที่ยว และบินลงไม่น้อยกว่า ๒๕ เที่ยว
ข. สำหรับร่มบินและพาราเพลน ผู้เล่นต้องได้รับการฝึกบินภายใต้การควบคุมดูแลของครูการบินที่มีคุณสมบัติ ตาม ข้อ ๙. โดยเป็นชั่วโมงบินเดี่ยวไม่น้อยกว่า ๒๐ ชั่วโมง และทำการบินขึ้นไม่น้อยกว่า ๔๐ เที่ยว และบินลงไม่น้อยกว่า ๔๐ เที่ยว
ทั้งนี้ อธิบดีอาจกำหนดให้ใช้ความชำนาญในการบินกับอากาศยานประเภทอื่นเพื่อลดจำนวน ชั่วโมงบินตามที่กำหนดใน ก. และ ข. ลงได้ตามที่เห็นสมควร

ข้อ ๙. ผู้ถือใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคลทุกประเภท รวมทั้งผู้ถือใบอนุญาตนักบินอากาศยานเบาพิเศษ ที่จะทำหน้าที่เป็นครูการบินร่มบิน ร่มร่อน พาราเพลน หรือแฮงไกลเดอร์ จะต้องได้รับการเพิ่มศักย์การบินของอากาศยานแบบนั้นๆ และสามารถสอนความรู้เกี่ยวกับอากาศยานตาม ข้อ ๘. (๓) และมีประสบการณ์ในการบินกับอากาศยานแบบนั้นๆ มาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ชั่วโมงบิน
ครูการบินต้องรับผิดชอบในการปฏิบัติการบินของศิษย์การบิน ภายใต้การควบคุม ดูแลหรือการให้อำนาจในการบินของตน

ข้อ ๑๐. ผู้ถือใบอนุญาตนักบินอากาศยานเบาพิเศษ มีสิทธิทำหน้าที่เป็นนักบิน ผู้ควบคุมอากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬา และมีสิทธิรับรองความสมควรเดินอากาศของอากาศยาน ลำตัวอากาศยาน เครื่องยนต์ รวมทั้งเครื่องประกอบ เครื่องวัด บริภัณฑ์ และสิ่งต่างๆที่ติดไว้ในอากาศยาน ตัวอากาศยานหรือเครื่องยนต์ ภายหลังการซ่อมใหญ่ การซ่อมปกติหรือภายหลังการดัดแปลงที่ได้รับอนุญาตแล้ว หากการซ่อมใหญ่ การซ่อมปกติ และการดัดแปลงนั้นๆ ได้ใช้ชิ้นส่วน ส่วนประกอบและวิธีการที่เหมาะสม แต่จะใช้สิทธินี้ไม่ได้ ถ้าหากผู้ถือใบอนุญาตมิได้ศึกษาให้ทันสมัยซึ่งข่าวสาร คำแนะนำและคู่มือทั้งปวงเกี่ยวกับการบำรุงรักษาและความสมควรเดินอากาศของ อากาศยานแบบนั้น


ข้อ ๑๑. ผู้ถือใบอนุญาตนายช่างภาคพื้นดินประเภทสองมีสิทธิรับรองความสมควรเดินอากาศ ของอากาศยาน ลำตัวอากาศยาน เครื่องยนต์ รวมทั้งเครื่องประกอบ เครื่องวัด บริภัณฑ์ และสิ่งต่างๆที่ติดไว้ในอากาศยาน ตัวอากาศยานหรือเครื่องยนต์ ภายหลังการซ่อมใหญ่ การซ่อมปกติหรือภายหลังการดัดแปลงที่ได้รับอนุญาตแล้ว หากการซ่อมใหญ่ การซ่อมปกติ และการดัดแปลงนั้นๆ ได้ใช้ชิ้นส่วน ส่วนประกอบและวิธีการที่เหมาะสม แต่จะใช้สิทธินี้ไม่ได้ ถ้าหากผู้ถือใบอนุญาตมิได้ศึกษาให้ทันสมัยซึ่งข่าวสาร คำแนะนำและคู่มือทั้งปวงเกี่ยวกับการบำรุงรักษาและความสมควรเดินอากาศของ อากาศยานแบบนั้น

ข้อ ๑๒. บรรดาสมาคมหรือมูลนิธิที่กรมการขนส่งทางอากาศได้อนุญาตให้ใช้อากาศยานเบา พิเศษทำการบินเพื่อวัตถุประสงค์ที่มิใช่เพื่อการกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจและการฝึกบินตามข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ ๔๓ เรื่อง อากาศยานเบาพิเศษ อยู่ก่อนวันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าได้รับอนุญาตจากอธิบดีตาม ข้อ ๒. แห่งข้อบังคับฉบับนี้

ข้อ ๑๓. บรรดาสมาคม มูลนิธิ หรือชมรมที่กรมการขนส่งทางอากาศได้เห็นชอบในระเบียบ กฎเกณฑ์ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการบินตามข้อบังคับของคณะกรรมการการบิน พลเรือน ฉบับที่ ๔๓ เรื่อง อากาศยานเบาพิเศษ อยู่ก่อนวันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าอธิบดีเห็นชอบตาม ข้อ ๔. แห่งข้อบังคับฉบับนี้

ข้อ ๑๔. บรรดาอากาศยานเบาพิเศษที่จดทะเบียนก่อนวันที่ข้อบังคับฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ผู้จดทะเบียนอากาศยานแสดงเครื่องหมายอากาศยานให้เป็นไปตาม ข้อ ๗. ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ

ข้อ ๑๕. ให้ใช้ข้อบังคับนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ เดือน กันยายน พ.ศ.๒๕๔๙

(นายวันชัย ศารทูลทัต)
ปลัดกระทรวงคมนาคม
ผู้ใช้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ประธานคณะกรรมการการบินพลเรือน
(๑๒๓ รจ. ตอนพิเศษ ๑๐๒ ง ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙)

แก้ไขโดย เกรียงศักดิ์ ทองระย้า, 14 มีนาคม 2013 - 11:53 AM.


#46
noidumrongdej

noidumrongdej

    Beginner

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 298 posts
ขอบคุณครับ

#47
เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

    Beginner

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 343 posts
ท่านที่อยู่ในวงการบินควรอ่าน....มี 5 ตอน

'หนึ่งไฟลท์ นักบินทำอะไรบ้าง ?' -

ตอนที่ 1 วอล์ค อราวด์ !

เคยสงสัยกันไหมครับ ว่าในการทำการบินในเที่ยวบินแต่ละเที่ยว นักบินมีหน้าที่ความรับผิดชอบอะไรบ้าง ? เมื่อมาถึงที่เครื่องบินแล้วนักบินทำอะไร จะต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถนำเครื่องบินลำใหญ่ ๆ ขึ้นสู่ท้องฟ้า และเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัยได้ ? เราจะมาเจาะลึกดูกันในแต่ละช่วงของการทำการบิน (Flight Phase) โดยวันนี้จะเริ่มจากช่วง Pre-Flight ครับ

เมื่อเดินทางมาถึงยังเครื่องบินที่จะใช้ทำการบินในเที่ยวบินนั้น ๆ ขณะที่นักบินคนหนึ่งจะขึ้นไปทำการตั้งค่าระบบเพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับระบบต่าง ๆ ของเครื่องบิน หรือที่เรียกว่าการทำ Power-up นักบินอีกคนหนึ่งจะเป็นผู้ที่ทำหน้าที่เดินสำรวจบริเวณภายนอกเครื่องบินโดยรอบ (Aircraft Exterior Inspection) หรือที่เรียกกันติดปากว่า การทำ Walk-around ครับ

การทำ Walk Around นี้ใช่ว่านักบินจะสามารถเดินดูโน่นดูนี่ได้ตามอำเภอใจนะครับ จะมีเส้นทางการเดินระบุไว้ชัดเจน (ตามภาพ) และตลอดเส้นทางการเดินนั้น จะมีจุดให้หยุดตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การตรวจสอบท่อรับอากาศ (Pitot Tubes) ท่อวัดอุณหภูมิ (TAT Probe) ช่องวัดความดัน (Static Ports) เสาอากาศที่ใช้รับ-ส่งสัญญาณวิทยุ ช่องประตูต่าง ๆ ตั้งแต่ช่องประตูที่วิศวกรใช้ในการเข้าไปตรวจสอบเครื่องบิน หรือประตูห้องเก็บสัมภาระ ตลอดจนการตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์

ซึ่งทั้งหมดนี่มีจำนวนนับร้อยรายการที่นักบินจะต้องตรวจสอบให้หมดในช่วง Pre-flight และจะต้องจำให้ได้ขึ้นใจ ว่าอุปกรณ์ในจุดไหน ควรอยู่ในสภาพอย่างไร เหมาะสมสำหรับการทำการบินหรือไม่?

ทั้งหมดนี้ เป็นความรับผิดชอบของนักบินที่จะต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่า อุปกรณ์ที่อยู่ด้านนอกเครื่องบินร่วมร้อยรายการนั้น มีความปลอดภัย และพร้อมสำหรับการทำการบินครับ


เสร็จจากการ Walk-around แล้วนักบินต้องทำอะไรต่อไป ?

ตอนที่ 2 ใครเป็นใครในห้องนักบิน ?

ในการทำการบินในแต่ละเที่ยวบินนั้น ระหว่างนักบินทั้ง 2 คน ได้แก่กัปตัน และนักบินที่ 2 (First Officer - F/O) จะมีการแบ่งหน้าที่การทำงานกันอย่างชัดเจนครับ

PF หรือ Pilot Flying จะเป็นนักบินผู้ทำหน้าที่รับผิดชอบในการบังคับและควบคุมเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็นการบังคับเครื่องบินบนทางขับ (Taxiing) การควบคุมเส้นทางการบินและความเร็ว (Flight path and Airspeed Control) ควบคุมการกางล้อ/แฟลบ (Aircraft Configurations) และการนำทาง (Navigation)

PM หรือ Pilot Monitoring (อาจเรียกว่า PNF - Pilot not Flying) จะมีหน้าที่รับผิดชอบในการอ่านรายการเชคลิสต์ (Checklist Reading) การติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ การปฏิบัติตามสิ่งที่ได้รับการร้องขอมาจาก PF การเฝ้าดูและตรวจสอบเส้นทางการบิน ความเร็ว การนำทาง และข้อมูลของระบบต่าง ๆ ในเครื่องบิน

ไม่ว่ากัปตัน หรือนักบินที่ 2 สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็น PF หรือ PM อย่างใดอย่างหนึ่งได้ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น ช่วง Takeoff อาจจะให้นักบินที่ 2 ทำหน้าที่เป็น PF เป็นคนนำเครื่องขึ้น ในขณะที่กัปตันทำหน้าที่เป็น PM และเมื่อเครื่อง Takeoff ขึ้นมาแล้ว กัปตันอาจจะสลับมาเป็น PF ในระหว่างการไต่ระดับ โดยนักบินที่ทำหน้าที่เป็น PF จะมอบการควบคุมเครื่องบินให้แก่อีกคน โดยการพูดคำว่า ''You have the control" และนักบินอีกคนจะตอบกลับกว่า "I have the control" เพื่อรับทราบว่าขณะนี้ ใครเป็นผู้ควบคุมเครื่องบิน

อย่างไรก็ดี กัปตัน จะทำหน้าที่เป็น PIC หรือ Pilot in Command ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่ง PF หรือ PM ก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น ถ้าขณะที่กำลังจะนำเครื่องบินร่อนลงจอด แล้วเกิดเหตุขัดข้องใด ๆ ก็ตาม กัปตันจะเป็นผู้เดียวเท่านั้นที่มีอำนาจในการตัดสินใจว่าจะลงจอด หรือจะ Go Around

ที่หลาย ๆ คนเข้าใจผิดว่า กัปตันเท่านั้นจะเป็นผู้ทำการบิน ส่วนนักบินที่ 2 ที่เราชอบเรียกกันติดปากว่า 'นักบินผู้ช่วย' จะเป็นผู้ช่วยทำการบินเฉย ๆ
แท้ที่จริงแล้ว นักบินทั้งสองคนต่างก็มีหน้าที่เหมือนกัน เพียงแต่ว่ากัปตันจะเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดเท่านั้นเองครับ


เป็นอย่างไรกันบ้าง หลังจากผ่านไปแล้ว 2 ตอน คงจะมีความเข้าใจกับการบินแต่ละไฟล์ทมากขึ้น มาต่อกันตอนที่ 3 เลยดีกว่า 'หนึ่งไฟลท์ นักบินทำอะไรบ้าง ?' -

ตอนที่ 3 เตรียมให้พร้อมก่อน Push Back

ในระหว่างที่เครื่องบินจอดอยู่ที่สนามบินเพื่อรับผู้โดยสารขึ้นมา นักบินทั้งสองที่อยู่ด้านหน้ามีหน้าที่ที่จะเตรียมเครื่องบินให้พร้อมก่อน ที่ถึงเวลาออกเดินทาง (Departure Time) ซึ่งโดยส่วนใหญ่ในแต่ละเที่ยวบินจะมีเวลาประมาณ 15-20 นาที

ซึ่งในช่วงที่เรียกว่าช่วง Preflight นี้ นักบินจะต้องเปิด ตั้งค่า กรอกข้อมูล ตรวจสอบ ทดสอบ ระบบต่าง ๆ ของเครื่องบินทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ระบบนำทาง (Navigation System) ระบบไฟฟ้า (Electrical System) ระบบเชื้อเพลิง (Fuel System) ระบบป้องกันไฟไหม้ของเครื่องยนต์และ APU (Fire Protection System) ระบบปรับความดันและปรับอากาศ (Air conditioning and Pressurization System) ซึ่งจะอยู่ที่แผงอุปกรณ์ที่อยู่เหนือหัว (Overhead Panels) นอกจากนี้ ก็ต้องมาตั้งค่าระบบควบคุมการบินที่อยู่บนแผงด้านหน้า (MCP/FCU) ระบบแสดงผลของนักบิน (EFIS) ตลอดจนระบบวิทยุที่อยู่ตรงกลางระหว่างนักบินสองคน

ระหว่างนี้เอง เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินก็จะทำการเติมเชื้อเพลิง โหลดสัมภาระ นำผู้โดยสารขึ้นเครื่องบิน ซึ่งนักบินจะต้องประสานงานกับเจ้าหน้าที่เหล่านี้ และนำข้อมูลที่ได้มา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเชื้อเพลิง ซึ่งนักบินจะต้องตรวจสอบว่าตรงกับที่ได้คำนวณมาหรือไม่ ต้องเติมเชื้อเพลิงเพิ่มหรือไม่ ? รับข้อมูลด้านน้ำหนักของเครื่องบิน (Weight and Balance) จากเจ้าหน้าที่ภาคพื้น และตรวจสอบกับเอกสารน้ำหนักของเครื่องบิน (Load Sheet) ว่าตรงกับที่ได้วางแผนและคำนวณมาหรือไม่?

ข้อมูลเหล่านี้เอง ที่นักบินจะต้องนำมากรอกลงไปในระบบจัดการการบิน (Flight Management System - FMS) ซึ่งจะนำมาใช้ในการคำนวณสมรรถนะของเครื่องบินในการวิ่งขึ้น (Takeoff Performance) และสมรรถนะอื่น ๆ การทำการบิน นอกจากข้อมูลด้านสมรรถนะแล้ว นักบินจะต้องกรอกข้อมูลด้านเส้นทางการบินลงไปในระบบ FMS นี้ด้วย โดยใช้เส้นทางการบิน (Flight Plan) ที่ได้รับการวางแผนมาจากทางเจ้าหน้าที่อำนวยการบิน (Flight Dispatch)

ในขณะที่กำลังสาละวนกับการตั้งค่าระบบต่าง ๆ นักบินก็ต้องทำการติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ เพื่อขอรับคำอนุมัติที่จะใช้แผนการบินในการทำการบิน (Flight Plan ATC Clearance) ตลอดจนการตรวจสอบข่าวอากาศ ข้อมูลโดยทั่วไปของสนามบินในปัจจุบันผ่านคลื่นความถี่ที่เรียกว่า ATIS (Automatic Terminal Information Service)

นอกจากนี้ นักบินทั้งสองจะทำการบรรยายสรุปสำหรับการวิ่งขึ้น (Takeoff Briefing) ว่าจะใช้ทางวิ่งไหนในการทำการวิ่งขึ้น จากจุดจอดไปถึงทางวิ่งนั้นต้องผ่านทางขับ (Taxiway) สายไหนบ้าง หลังจากวิ่งขึ้นแล้วคาดว่าจะบินออกจากสนามบินด้วยความสูงเท่าใด ทิศทางใด มีสภาพอากาศที่ต้องเฝ้าระมัดระวังอย่างไรบ้าง สภาพของทางวิ่งเป็นอย่างไร (มีน้ำขัง มีหิมะปกคลุม) ตลอดจนวางแผนว่า หากเกิดเหตุเครื่องยนต์ขัดข้องขณะวิ่งขึ้นจะต้องทำอย่างไร มีขั้นตอนปฎิบัติอย่างไรบ้าง

หลังจากที่ทำตามขั้นตอนที่หมดนี้เสร็จสิ้น และทางห้องโดยสารรายงานมาว่าผู้โดยสารได้เข้าประจำที่ทั้งหมดพร้อมปิดประตู เครื่องบิน ก็ถือว่าเป็นอันพร้อมที่จะทำการถอยออกจากจุดจอด (Push back) และทำการติดเครื่องยนต์ครับ




ตอนที่ 4 Off Block !

หลังจากที่นักบินได้รับการยืนยันจากทางพนักงานต้อนรับว่าผู้โดยสารได้เข้า ประจำที่เรียบร้อย ปิดประตูห้องโดยสารแล้ว และยืนยันจากเจ้าหน้าที่ภาคพื้นที่ดูแลด้านการโหลดสัมภาระว่าได้ทำ การโหลดกระเป๋าและสินค้าอื่น ๆ เข้าไปยังบริเวณ Cargo และได้ปิดประตู Cargo แล้ว นักบินก็จะทำการเตรียมความพร้อมสำหรับการ Push Back หรือการถอยเครื่องบินออกจากจุดจอด และ ทำการติดเครื่องยนต์ ที่จะเรียกรวมกันว่า Push back and start-up หรือสั้น ๆ ว่า Push and Start

นักบินจะติดต่อกับเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศภาคพื้น (Ground Controller) เพื่อขออนุญาตถอยเครื่องบินออกจากจุดจอด และติดเครื่องยนต์ ซึ่ง Ground Controller จะให้ข้อมูลว่าจะต้องถอยเครื่องบินออกมาบนทางขับสายใด หันไปทิศทางใด (เช่น Push and start face to the south on taxiway Tango 5) ซึ่งหลังจากที่ได้รับ Push and Start clearance แล้ว นักบินจะติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน ผู้ที่จะทำหน้าที่ใช้รถดัน (Tow Tractor) ในการดันเครื่องบินออกจากจุดจอด

นักบินจะเปิดไฟที่เรียกว่า Beacon Light ซึ่งจะเป็นไฟกระพริบสีแดง ซึ่งส่วนใหญ่จะติดตั้งอยู่บริเวณด้านบน และใต้ลำตัวเครื่องบิน แสดงให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นทราบว่า เครื่องบินกำลังจะเริ่มปฏิบัติการบินแล้ว ให้ปฎิบัติด้วยความระมัดระวัง

เจ้าหน้าที่ภาคพื้นจะนำคานที่เรียกว่า Tow bar มาเชื่อมระหว่างล้อหน้าของเครื่องบินกับรถดัน และนำไม้ห้ามล้อ (ส่วนใหญ่จะเป็นยาง) ที่เรียกว่า Chocks ออกจากบริเวณล้อของเครื่องบิน และใช้รถดัน ดันเครื่องบินออกไปยังทางขับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ภาคพื้นจะให้สัญญาณกับนักบินให้ปลดเบรกล้อ (Parking Brake) ซึ่งเมื่อเครื่องบินเริ่มเคลื่อนตัวออกไป จะเรียกว่า off block ซึ่งนักบินจะทำการจดเวลาไว้ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเที่ยวบินนั้น

ก่อนหน้า หรือขณะที่เครื่องบินกำลังถูกดันออกไปนี้เอง นักบินจะทำการเรียกเชคลิสต์ ที่เรียกว่า Before Start checklist ซึ่งจะเป็นขั้นตอนปฏิบัติก่อนการติดเครื่องยนต์ ซึ่งจะประกอบไปด้วย การเปิดใช้งานปั๊มจ่ายเชื้อเพลิง (Fuel Pumps) การเปิดใช้งานปั๊มจ่ายไฮดรอลิค (Hydraulic Pumps) ตรวจสอบอากาศแรงดันสูงจาก APU ที่จะต้องใช้ในการติดเครื่องยนต์ (APU High Pressure bleed air) การตรวจสอบระบบอื่น ๆ ผ่านทางจอแสดงผล (EICAS/ECAM)

โดยปกติแล้ว นักบินจะเริ่มติดเครื่องยนต์ในขณะที่เครื่องบินกำลังถูกดันออกไป ยกเว้นในบางกรณี ที่อาจจะมีเครื่องบินที่จอดอยู่บริเวณด้านหลัง มีเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ ซึ่งแรงขับจากเครื่องยนต์อาจจะทำให้ก่อเกิดอันตรายได้ หรือในกรณีที่เป็นเครื่องบินที่เครื่องยนต์มีแรงขับสูง เช่น โบอิ้ง 777 ซึ่งแรงขับจากเครื่องยนต์นั้นจะไปต้านกับรถดัน ทำให้ไม่สามารถทำการ push back ต่อไปได้ ซึ่งในกรณีเหล่านี้ เครื่องบินจะถูกดันออกไปยังบริเวณทางขับก่อน จากนั้นจึงค่อยเริ่มติดเครื่องยนต์

สำหรับเครื่องบินบางแบบ เช่น ATR-72 ที่มีเครื่องยนต์ใบพัดแบบ Turboprop สามารถทำการปรับแรงขับของใบพัดไปด้านหน้า (Reverse Thrust) เพื่อทำการถอยออกมาจุดจอด ที่เรียกว่าการทำ Power back โดยทั้งนี้จะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าบริเวณรอบข้างนั้น มีเครื่องบินจอดอยู่ และมีเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ใกล้เคียงหรือไม่

หลังจากที่เครื่องบินได้มาอยู่บนทางขับแล้ว เจ้าหน้าที่ภาคพื้นจะทำการถอดคาน Tow bar ออก พร้อมให้สัญญาณว่าบริเวณโดยรอบเครื่องบินนั้นปลอดจากคน และอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยจะยกมือให้สัญญาณ (Clear hand signal) จากนัั้นนักบินจึงจะเริ่มเตรียมพร้อมเพื่อเคลื่อนเครื่องบินไปตามทางขับ

Push start เสร็จแล้ว ก็พร้อม Taxi !


นักบินจะต้องทำอะไรในการขับเคลื่อนเครื่องบินไปยังทางวิ่ง (Runway) โปรดอ่านได้ในตอนต่อไป


Advance Aviation Co.,Ltd

ตอนที่ 5 ของ 'หนึ่งไฟลท์ นักบินทำอะไรบ้าง ?' - คราวนี้เป็นตอนที่ผุ้โดยสารอยู่บนเครื่องแล้ว เตรียมตัวบินกันได้เลย GO Go Go



ตอนที่ 5 Cleared for take off !


หลังจากที่ได้ Push back ออกมาจากจุดจอด และทำการติดเครื่องยนต์เรียบร้อยแล้ว นักบินก็จะทำการติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศภาคพื้น (Ground Controller) เพื่อขออนุญาตในการเคลื่อนตัวออก ไปตามทางขับ หรือที่เรียกว่าการ Taxi ซึ่งเจ้าหน้าที่ควบคุม ฯ จะให้เส้นทางในการ Taxi ไปยังทางวิ่ง (Runway) ซึ่งนักบินก็จะใช้แผนผังทางขับของท่าอากาศยาน (Aerodrome Chart) ในการระบุเส้นทางการ taxi

ขณะที่ทำการ Taxi ไปยัง Runway นักบินก็ทำการเรียกรายการเชคลิสต์ที่เรียกว่า Before Takeoff Checklist ซึ่งจะประกอบไปด้วย การตรวจสอบพื้นบังคับควบคุมการ บิน (Flight Control Surfaces check) กางแฟลบ ที่ใช้ในการช่วยสร้างแรงยก เตรียมระบบเบรกอัตโนมัติ (Autobrake arming) ที่ใช้ในกรณีที่ต้องยกเลิกการวิ่งขึ้น (Abort takeoff)

ขณะที่ Taxi นอกจากที่จะต้องควบคุมเครื่อบินแล้ว นักบินทั้งสองจะต้องช่วยกัน 'ดูทาง' ว่าขณะนี้ตนเองกำลังอยู่ที่ตำแหน่งไหนของสนามบิน อีกไกลเท่าใดจึงจะถึงทางวิ่ง เพื่อป้องกันการสับสน และป้องกันการเข้าใจผิด ซึ่งอาจจะนำไปสู่การรุกล้ำเขตทางวิ่ง (Runway Incursion) ได้

เมื่อเข้าใกล้เขตทางวิ่ง เจ้าหน้าที่ควบคุม ฯ ภาคพื้น จะให้นักบินติดต่อกับ เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศเขตท่าอากาศยาน (Aerodrome Controller) หรือที่เรียกว่า Tower ผู้ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการอากาศยานในเขตทางวิ่ง และในรัศมี 10 ไมล์ทะเล จากพื้นถึงความสูง 2,000 ฟุตจากท่าอากาศยาน

เมื่อ Tower ได้อนุญาตให้นักบินทำการเคลื่อนตัวเข้าไปในเขตทางวิ่งได้แล้ว นักบินก็จะเปิดไฟที่เรียกว่า Strobe Light ซึ่งเป็นไฟกระพริบสีขาวความสว่างสูง และไฟ Landing Light ซึ่งเป็นไฟส่องสว่างที่ติดตั้งอยู่บริเวณโคนปีก และล้อหน้า ทั้งนี้เพื่อให้เครื่องบินลำอื่น ๆ เห็นว่าขณะนี้เครื่องบินของเราได้เข้าไปในเขตทางวิ่งแล้ว และเมื่อเข้าไปตั้งตัว (Line up) บนทางวิ่งแล้ว

Tower อนุญาตให้นักบินทำการนำเครื่องขึ้นได้ โดยจะใช้คำว่า Cleared for takeoff พร้อมให้ข้อมูลอื่น ๆ ที่สำคัญ เช่น ข้อมูลลม ความกดอากาศ


"Bangkok Air 711, wind 200 degrees 10 knots, runway 19L, cleared for takeoff"

นักบินก็จะเริ่มเร่งเครื่องยนต์ไปข้างหน้าเล็กน้อย ตรวจสอบว่ารอบเครื่องยนต์ทั้งหมดนั้นมีความเสถียรเท่าเทียมกัน จากนั้นจึงทำการเลือกใช้ระบบควบคุมกำลังเครื่องยนต์อัตโนมัติ (Auto Thrust System - A/T) ซึ่งระบบ A/T จะสั่งการให้เครื่องยนต์เดินรอบสูงสุด เรียกว่า TO/GA Thrust (Takeoff/Go Around) ที่จะให้กำลังสูงสุดในการวิ่งขึ้น

ขณะที่กำลังวิ่งขึ้นนั้น นักบินจะดันคันบังคับไปด้านหน้าเล็กน้อย ให้หัวเครื่องบินกดลง เพิ่มแรงกดให้กับล้อหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมทิศทาง จนไปถึงความเร็วประมาณ 80-100 นอต ซึ่งเป็นความเร็วที่พื้นบังคับเริ่มเกาะอากาศ นักบินจึงจะคลายคันบังคับกลับมา ที่ตำแหน่งปกติ และที่ความเร็วนี้ นักบินทีทำหน้าที่ PM ก็จะขาน 80 Knots (หรือ 100 knots) และนักบินที่เป็น PF ก็จะตรวจสอบความเร็วบนจอแสดงของตนนั้นตรงกับที่ PM ขานหรือไม่ ถ้าตรงก็จะตอบว่า Checked ทั้งนี้เพื่อเป็นการตรวจสอบว่าอุปกรณ์ในการวัดความเร็วนั้นทำงานถูกต้อง

จากนั้น PM ก็จะขานว่า V1 เมื่อเครื่องบินเร่งความเร็วถึงจุดความเร็วที่เป็นความเร็วปลอดภัยในการยกเลิกการวิ่งขึ้น กล่าวคือ ถ้าความเร็วยังไม่แตะที่ V1 ถ้าเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินอะไรขึ้น นักบินสามารถยกเลิกการวิ่งขึ้นได้ โดยจะเหลือระยะทางในการหยุดเครื่อง บินที่เพียงพอ แต่ถ้าพ้นความเร็ว V1 ไปแล้ว จะไม่สามารถทำการ abort takeoff ได้ เนื่องจากระยะทางบน runway นั้นมีเหลือไม่พอในการหยุด

เมื่อเครื่องบินเร่งความเร็วจนถึงจุดที่ปีกนั้นสร้างแรงยกเพียงพอ ที่นักบินสามารถเงยหัวเครื่องบิน ขึ้น (Rotate) เพื่อทะยานขึ้น (Lift off) เรียกว่า Vr (Rotation Speed) PM ก็จะขานว่า Rotate และ PF ก็จะดึงคันบังคับเข้าหาตัว ค่อย ๆ ดึงหัวเครื่องบินขึ้น ด้วยอัตราการเงยประมาณ 1.5-2.5 องศา/วินาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยาวของลำตัวเครื่องบิน ยิ่งยาว ต้องยิ่ง rotate ช้า มิฉะนั้นอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า Tailstrike หรือการที่ท้ายของเครื่องบินไปครูดกับพื้น

นักบินจะเงยหัวเครื่องบิน (Pitch) ขึ้นไปค้างไว้ที่ประมาณ 15-17 องศา ในการเริ่มไต่ระดับ และเมื่อเครื่องบินเริ่มทำความสูงได้ PM ก็จะขานว่า "Positive rate" เพื่อยืนยันว่า เครื่องบินกำลังไต่ระดับ และไม่มีแนวโน้มว่าจะเสียความสูง PF ก็จะสั่งให้ PM ทำการเก็บฐานล้อ โดยพูดว่า "Gear Up" ครับ


ท่านอ่านแล้วชอบในแนวเขียนนี้หรือไม่บอกด้วยครับ...สวัสดี

kriangsak thongraya

Director of Quality Assurance

Advance Aviation Co.,Ltd

แก้ไขโดย เกรียงศักดิ์ ทองระย้า, 14 มีนาคม 2013 - 02:42 PM.

  • Flyman, radioman and Tee Simmo like this

#48
Dragonfly

Dragonfly

    Student

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 597 posts
รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
ชอบมากครับ ขอบคุณครับ :mrgreen: :mrgreen:

#49
Neung_SRB

Neung_SRB

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 99 posts
ชอบคับผม ความรู้ใหม่เลยคับ
เพิ่งได้ โปรแกรม Simulator จากเซียร์รังสิตมาเลยคับ :-P
วันไหนไม่ได้บินร่มบิน ก็เล่น Sim แทนคับ :mrgreen: :mrgreen:

#50
เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

    Beginner

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 343 posts
สวัสดีครับ
วันนี้มีทั้งข่าวของวงการบินและความรู้การบินไต่ขึ้นของเครื่องบินครับโดยนำมาจาก Advance Aviation Co.,Ltd ได้แบ่งปัน ข่าวของ ThaiArmedForce.com
ขอเชิญชมการแสดงการบินของหมู่บินผาดแผลง Breitling Jet Team เนื่องในวันที่ระลึกกองทัพอากาศและวันกองทัพอากาศ
เนื่องในวันที่ระลึกกองทัพอากาศ (๒๗ มีนาคม) และวันกองทัพอากาศ (๙ เมษายน) ในปี ๒๕๕๖ กองทัพอากาศกำหนดจัดการแสดงการบิน ของหมู่บินผาดแผลงระดับโลก “Breitling Jet Team Under The Royal Sky” (ไบร์ทลิ่ง เจ็ท ทีมอันเดอร์ เดอะ รอยัล สกาย) จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมการบินแสดงสมรรถนะของเครื่องบินขับไล่ Gripen และ F-16

ในวันเสาร์ที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๖ ตั้งแต่เวลา ๐๙๓๐ - ๑๒๐๐ ณ บริเวณฝูงบิน ๖๐๓ กองบิน ๖ กองทัพอากาศ ดอนเมืองเข้าชมฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

กองทัพอากาศ ร่วมกับ บริษัทเพนดูลัม จ ากัด จัดการแสดงการบินผาดแผลงของ Breitling Jet Team (ไบร์ทลิ่ง เจ็ททีม) เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในวันที่ระลึกกองทัพอากาศ (วันที่ ๒๗ มีนาคม) และวันกองทัพอากาศ (วันที่ ๙ เมษายน)ซึ่งนอกจากเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างมิตรประเทศ แล้วยังเป็นโอกาสอันดี ที่พี่น้องประชาชนชาวไทย จะได้ร่วมภาคภูมิใจในเกียรติภูมิของกองทัพอากาศและชมการแสดงการบินของหมู่บินผาดแผลง Breitling Jet Team ทั้งนี้กองทัพอากาศได้จัดอากาศยานเข้าร่วมบินแสดงสมรรถนะ ได้แก่
- เครื่องบินขับไล่ Gripen ซึ่งเป็นอากาศยานที่เข้าประจ าการล่าสุดของกองทัพอากาศ ณ กองบิน ๗ จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจการป้องกันทางอากาศมีความคล่องตัวสูง คุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
- เครื่องบินขับไล่ F-16 ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงของกองทัพอากาศ ประจ าการ ณ กองบิน ๑ จังหวัดนครราชสีมา และกองบิน ๔ จังหวัดนครสวรรค์ เป็นเครื่องบินความเร็วเหนือเสียง มีขีดความสามารถ ในการรบเกินระยะสายตาด้วยอาวุธน าวิถีอากาศสู่อากาศ สามารถตรวจจับเป้าหมายและอากาศยานที่บินในระยะต่ำได้ทุกสภาพอากาศ รวมทั้งโจมตีเป้าหมายและทิ้งระเบิดได้อย่างแม่นยำ

นอกจากนี้ หมู่บินผาดแผลง Breitling Jet Team ได้มีช่างภาพกิตติมศักดิ์ คือ คุณคัทสุฮิโกะ โทคุนากะ (KatsuhikoTokunaga) ช่างภาพชาวญี่ปุ่น ฝีมือระดับโลก ซึ่งคุณคัทสุ ได้เคยฝากผลงานการถ่ายภาพอากาศยานของกองทัพอากาศในหนังสือ “ศักยภาพเหนือขอบฟ้า” ที่จัดท าขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปี การบินของบุพการีทหารอากาศ ให้พี่น้องประชาชนได้เห็นผลงานกันไปเมื่อปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา และในครั้งนี้ กองทัพอากาศ ได้จัด หมู่บินผาดแผลงของกองทัพอากาศ“BLUE PHOENIX”เข้าร่วมถ่ายภาพกับหมู่บินผาดแผลง Breitling Jet Team (ไบร์ทลิ่ง เจ็ท ทีม) เพื่อเป็นที่ระลึกอีกด้วยหมู่บินผาดแผลง Breitling Jet Team เป็นหมู่บินพลเรือน จ านวน ๗ เครื่อง จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทำการแสดงการบินโดยนักบินมืออาชีพกับเครื่องบินแบบ L-39 ซึ่งนักบินผู้ท าการบินทุกคนมีชั่วโมงการบินไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ชั่วโมงบิน และทำการบินมาแล้วกว่า ๓๒ ประเทศ อาทิ จีน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และครั้งนี้ได้มาทำการแสดงการบินที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ก่อนเดินทางไปทางการแสดงยังประเทศในแถบเอเชียต่อไป


Advance Aviation Co.,Ltd

ในแต่ละไฟล์ทบินที่เรานั่งอยู่บนเครื่อง เคยอยากรู้มั้ยคะว่าความเร็วของการบินเท่าไหร่ ความสูงเท่าไหร่ ต้องมาตามต่อตอนที่ 6 ขอบคุณบทความจาก AeroSpace Magazine 'หนึ่งไฟลท์ นักบินทำอะไรบ้าง ?'

ตอนที่ 6 Climb out.... skyward !

เมื่อเครื่องบินได้ยกตัวขึ้นพ้นจากพื้นผิวทางวิ่ง เราจะเรียกว่าเครื่องบินนั้นได้ แอร์บอร์น (airborne) แล้ว และนักบินทำการเก็บฐานล้อ (Landing Gear) เรียบร้อยแล้ว ก็จะเริ่มเข้าสู่อีกช่วงหนึ่งของการบิน นั่นก็คือช่วงไต่ระดับ (Climb Phase)

ถ้ายังจำกันได้ในตอนที่ผ่านมา ช่วงที่นักบินเงยหัวเครื่องบินขึ้นขณะที่วิ่งขึ้น (takeoff) นักบินจะเงยหัวเครื่องบินขึ้นไปหยุดที่ 14-18 องศา และใช้มุมเงยนี้ ที่เรียกว่า Target Pitch Attitude ซึ่งเป็น 'มุมเป้าหมาย' ที่นักบินจะต้องรักษาไว้ในขณะที่เริ่มไต่ระดับ

ในตอนที่แล้ว เราได้รู้กันแล้วว่ามีความเร็วอะไรที่นักบินจะต้องใช้อ้างอิงในการ takeoff บ้าง (V1 และ VR) ยังมีความเร็วอ้างอิงอีกอันหนึ่งที่มีความสำคัญ นั้นก็คือความเร็ว V2 ที่เป็นความเร็วที่จะใช้ในการทำการบินในกรณีที่เครื่องยนต์ข้างใดข้างหนึ่งขัดข้อง เป็นความเร็วที่การันตีว่า ถึงแม้ว่าจะเสียแรงขับจากเครื่องยนต์ เครื่องบินก็จะยังสามารถทำการบินได้อยู่ และนักบินจะใช้ความเร็วนี้ในการบินกลับมาลงที่สนามบิน ตามขั้นตอนปฏิบัติกรณีเครื่องยนต์ขัดข้อง (Engine-out Procedure - E/O) ที่ได้ทำการบรรยายสรุปกันก่อนหน้าที่จะทำการ takeoff แล้ว

ถ้าไม่มีเหตุขัดข้องใด ๆ เกิดขึ้นหลังจากที่ยกตัวขึ้นมาแล้ว นักบินก็จะไต่ระดับด้วยความเร็ว V2 + 10 (หรือ 15 ถึง 25 ขึ้นอยู่กับแบบของเครื่องบิน) ยกตัวอย่างเช่น ถ้าความเร็ว V2 อยู่ที่ 150 น็อต นักบินก็จะใช้ความเร็วในการไต่ระดับอยู่ที่ 160 น็อต (150+10) ซึ่งถือว่าเป็นความเร็วที่ดีที่สุดในการไต่ระดับ (Optimum climb speed) ด้วยรอบเครื่องยนต์เต็มกำลัง

สาเหตุที่ต้องใช้ความเร็วนี้ในการไต่ระดับก็เพราะว่า นักบินต้องการไต่ระดับให้พ้นสิ่งกีดขวางรอบ ๆ สนามบิน (Obstacles) ให้เร็วที่สุด จึงต้องไต่ระดับให้ได้ความสูงมากที่สุด ในเวลาที่น้อยที่สุด อีกทั้งเป็นหนึ่งในระเบียบปฎิบัติสำหรับการลดมลภาวะทางเสียง (Noise Abatement Procedure - NAP)

เมื่อถึงระดับความสูงที่เรียกว่า Thrust Reduction Altitude ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 1,500-3,000 ฟุต ที่นักบินจะทำการลดแรงขับของเครื่องยนต์ จากรอบแรงขับที่กำหนดไว้สำหรับการวิ่งขึ้น (Takeoff Thrust) มายังรอบแรงขับสำหรับการไต่ระดับ (Climb Thrust) เก็บแฟลบ พร้อมกับเริ่มโน้มหัวเครื่องบินลง เพื่อเร่งความเร็วไปยังความเร็วไต่ระดับที่ได้กำหนดไว้ โดยส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ที่ 250 นอต ยกเว้นว่ามีการกำหนดความเร็วจาก ATC ซึ่งโดยกฎการบินสากล ที่ระดับความสูง 10,000 ฟุต เครื่องบินจะต้องบินด้วยความเร็วไม่เกิน 250 นอต เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก ATC

ในช่วงนี้ นักบินจะทำเชคลิสต์ที่เรียกว่า After Takeoff Checklist ที่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการยืนยันว่าได้ทำการเก็บแฟลบ เก็บฐานล้อแล้ว ตลอดจนการเปิดใช้ระบบต่าง ๆ เช่นระบบป้องกันการเกาะตัวของน้ำแข็ง (Anti-ice System) เป็นต้น

นักบินจะบินออกจากสนามบินตามเส้นทางการบินที่เรียกว่า Standard Instrument Departure - SID ซึ่งจะเป็นเส้นทางที่ประกอบด้วยจุดรายงาน (Waypoint) เชื่อมต่อกัน โดยแต่ละจุดนั้นอาจจะมีความสูง และความเร็วจำกัดไว้ ยกตัวอย่างจาก SID ของสนามบินสุวรรณภูมิ เช่น เมื่อบินมาถึงจุด BS522 จะต้องอยู่ที่ความสูง 6000 ฟุต หรือตำกว่านั้น ซึ่งจะถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในแผนที่การบิน โดยนักบินจะบินตามเส้นทางที่ระบุใน SID จนไปเชื่อมกับเส้นทางการบินที่ใช้ในการบินเดินทาง (Airways)

นอกจาก SID แล้ว นักบินอาจจะถูกให้ทิศทางการบิน (Heading) จาก ATC ในการบินออกจากสนามบินก็ได้ ซึ่งการให้ทิศทางจาก ATC นี้ เรียกว่าการทำ Radar Vector ครับ


วันเสาร์ที่ 23 มี.ค.56 นี้เช้ามาชมบินที่ดอนเมือง....บ่ายรีบไปสมัครแข่งที่โคราช....ทันไหมเอ๋ย....ก็ลองบริหารเวลาดูนะครับ....ผมเองหกโมงเย็นต้องอยู่ที่ชมรมร่มบินโคราชจะไปหาข้อมูล....สนามบินแบบไหนที่ชาวร่มบินต้องการ.....ผมไปฟังเพื่อรวมรวมข้อเสนอให้กรมนะครับ.....ถ้าใครมีแนวคิดเป็นอย่างไรก็ฝากเพื่อนที่ไปงานนี้แจ้งให้ที่ประชุมทราบก็ได้....ที่อ่างทองล้มไปครั้งหนึ่งแล้วเรื่องสนามบินร่มบิน...ไม่เป็นไรครับผมทำเพื่อส่วนรวม....ต้องเสียสละและอดทน....ทำๆๆๆๆๆต่อไป

เป็นยังไงครับกับตอนที่ 6 ของการบินอาจมีตัวย่ออยู่บ้าง จะถามตัวย่อที่ต้องการทราบมาก็ได้นะครับ.....สวัสดีครับ

แก้ไขโดย เกรียงศักดิ์ ทองระย้า, 19 มีนาคม 2013 - 09:30 AM.


#51
เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

    Beginner

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 343 posts
Advance Aviation Co.,Ltd
ขอแจ้งให้ท่านที่ต้องการเรียนนักบินทราบ
โอกาสมาถึงแล้ว สำหรับผู้ที่มีความฝันอยากเป็นนักบิน ขณะนี้การบินไทยเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเป็นนักบินฝึกหัดทุนการบินไทย ประจำปี 2556 แล้วนะคะ สำหรับท่านที่สนใจสามารถดูคำแนะนำในการสมัครงาน และกรอกใบสมัครผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ http://bit.ly/dg5iaz


#52
หนึ่ง เมืองแพร่

หนึ่ง เมืองแพร่

    Student

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 531 posts

ไม่ทราบว่าจะมีการจัดสอบ ของนักบินร่มบินอีกเมื่อไหร่ครับ



#53
เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

    Beginner

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 343 posts

เรียนคุณหนึ่ง-ทองหล่อ

การขอสอบเพื่อรับใบอนุญาตร่มบินนั้น....

1. สมัครสอบได้ที่กรมฯ ทุก 3 เดือน ดูตรางสอบได้ในเวบกรมฯครับ

2. รอกรมฯไปจัดงานที่ ตจว.เช่นงาน SAREX ( ปีละหนึ่งครั้งและบางปีเท่านั้น )

3. มีสมาคมฯ หรือ ชมรมต่างๆ ขอให้จัดสอบ (ล่าสุดผมขอจัดในนาม ชมรมร่มบินอ่างทอง ขณะนี้กรมฯมี จนท.น้อยจึงไม่ค่อยจัดสอบนอกกรมฯ)

ผมเองรอจังหวะอยู่ครับจะขอจัดที่ จ.สุราษฯ เพราะผมรับปากกับคุณหมอบรรพตฯท่านว่าจะช่วยท่านจัดสอบฯ ถ้าจัดได้จะรีบแจ้งข่าวให้ทราบทั่วกันครับ


  • หนึ่ง เมืองแพร่ likes this

#54
หนึ่ง เมืองแพร่

หนึ่ง เมืองแพร่

    Student

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 531 posts

เรียนคุณหนึ่ง-ทองหล่อ

การขอสอบเพื่อรับใบอนุญาตร่มบินนั้น....

1. สมัครสอบได้ที่กรมฯ ทุก 3 เดือน ดูตรางสอบได้ในเวบกรมฯครับ

2. รอกรมฯไปจัดงานที่ ตจว.เช่นงาน SAREX ( ปีละหนึ่งครั้งและบางปีเท่านั้น )

3. มีสมาคมฯ หรือ ชมรมต่างๆ ขอให้จัดสอบ (ล่าสุดผมขอจัดในนาม ชมรมร่มบินอ่างทอง ขณะนี้กรมฯมี จนท.น้อยจึงไม่ค่อยจัดสอบนอกกรมฯ)

ผมเองรอจังหวะอยู่ครับจะขอจัดที่ จ.สุราษฯ เพราะผมรับปากกับคุณหมอบรรพตฯท่านว่าจะช่วยท่านจัดสอบฯ ถ้าจัดได้จะรีบแจ้งข่าวให้ทราบทั่วกันครับ

 

ขอบคุณครับ



#55
Para Trang

Para Trang

    Newbie

  • Members
  • PipPip
  • 17 posts
สนใจการจัดอบรม และ สอบที่สุราษฏร์ครับ ! นักบินตรัง! !!

#56
เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

เกรียงศักดิ์ ทองระย้า

    Beginner

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 343 posts

สนใจการจัดอบรม และ สอบที่สุราษฏร์ครับ ! นักบินตรัง! !!

สวัสดีครับ นักบินตรัง ผมเคยไปตรวจร่มบินและอุลตร้าไลท์ที่ จ.ตรังหลายปีมาแล้ว  ก็ยังคิดถึงคุณธวัทเจ้าของอุลตร้าไลท์ แต่เบอ์โทรไม่มี  เป็นว่าผมยังมีความตั้งใจที่จะจัดสอบให้อยู่ครับ   จัดได้เมื่อไร จะรีบแจ้งครับ...เกรียงศักดิ์


  • หนึ่ง เมืองแพร่ likes this

#57
suchat

suchat

    Professor

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 1,144 posts
เข้าทุกวันอยู่แล้วลมแรงดึร่มเล่นฟื้นฟูสมรรถนตัวเองหน่อย

#58
VR..Nucleon

VR..Nucleon

    Beginner

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 385 posts
  • LocationSriracha

เข้าทุกวันอยู่แล้วลมแรงดึร่มเล่นฟื้นฟูสมรรถนตัวเองหน่อย

 

 

 

เอ่ออ  ขอเดาว่า  ป๋าอาจจะหลงลืม  ตอบผิดกระทู้เป็นแน่แท้

 

จริงๆแล้ว  ป๋าน่าจะตอบที่นี่หรือเปล่าครับ

 

 http://www.thaiparam...ครือสหพ/page-27

 

 

ถ้าใช่ ต้องกราบขออภัยพี่เกรียงศักดิ์ เป็นอย่างสูง  เนื่องจาก ป๋าสุชาติแก หลงๆ ลืมๆ ตามประสา  สว.. 555+

 

 

ปล. ป๋าครับ เนื่องจาก สมาชิกชมรมของเรา ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าเวป เลยไม่มีความรู้เรื่องกฏหมายการบินเลย และที่สำคัญ  ดื้อกันด้วยสิ   

ผมว่า ปริ้นใส่กระดาษแล้วแจกจ่ายให้สมาชิกได้เข้าใจ และบินถูกต้องตามกฏหมายดีกว่าไม๊ครับ



#59
suchat

suchat

    Professor

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 1,144 posts

ต้องขออภัยเพื่อนสมาชิกครับมะรู้มาได้ไง



#60
Jame Jacker

Jame Jacker

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 65 posts

ภาษาร่ม วันละ หลายคำ 
http://club.thaiglid...wtopic.php?t=44 

กฎง่ายฯในการบิน 
http://club.thaiglid...topic.php?t=244 

เมฆชนิดต่างฯ 
http://club.thaiglid...ewtopic.php?t=4 

มาทำความรู้จัก กับร่มของแต่ละประเทศ 
http://club.thaiglid...wtopic.php?t=30 

คู่มือ ร่ม Wings Of Change 
http://club.thaiglid...opic.php?t=1587
 

 

ข้อมูลที่ผมนำมาเสนอผมคัดลอกมาจากคุณลูกหมีครับ 


  • Tee Simmo likes this




มีผู้ใช้งาน 0 ท่าน กำลังดูหัวข้อนี้

มีสมาชิก 0 ท่าน, ไม่ใช่สมาชิก 0 ท่าน, และไม่ต้องการเปิดเผยตัว 0 ท่าน กำลังใช้งานเว็บในขณะนี้